พิมพ์
หมวด: ประกัน ALL RISKS
ฮิต: 4

ภัยแผ่นดินไหว รอยแตกร้าว เสาเข็ม การตรวจเสาเข็มที่ฝังอยู่ใต้ดิน ทำได้โดย “วิธีทดสอบแบบไม่ทำลาย” (Non-Destructive / Low-Damage Tests) เพื่อดูความยาว ความสมบูรณ์ รอยแตก คอคอด โพรง และความต่อเนื่องของคอนกรีต

วิธีที่ใช้จริงในงานวิศวกรรมฐานราก มีดังนี้

(1) Pile Integrity Test (PIT) หรือ Low Strain Test
(1.1) หลักการ :: ใช้ค้อนยางเคาะหัวเสาเข็ม แล้ววัดคลื่นสะท้อนกลับ
(1.2) ตรวจพบ :: รอยคอคอด รอยแตก โพรง ความยาวโดยประมาณ
(1.3) ข้อดี :: เร็ว ราคาถูก ไม่ต้องขุดดิน
(1.4) ข้อจำกัด :: บอกขนาดความเสียหายไม่ได้ชัด บอกได้แค่ว่า “ผิดปกติที่ระยะเท่าไร”

(2) Crosshole Sonic Logging (CSL)
(2.1) หลักการ :: ส่งคลื่นเสียงผ่านท่อเหล็ก/พีวีซีที่ฝังในเสาเข็ม
(2.2) ตรวจพบ :: โพรง คอนกรีตไม่เต็ม รังผึ้ง คุณภาพคอนกรีตตลอดลำต้น
(2.3) ข้อดี :: แม่นยำมาก เห็นตำแหน่งเสียหายชัด
(2.4) ข้อจำกัด :: ต้องเตรียมท่อไว้ตั้งแต่ตอนเทคอนกรีต

(3) Parallel Seismic Test (PST)
(3.1) หลักการ :: เจาะหลุมข้างเสาเข็ม แล้วส่งคลื่นเสียงเทียบระดับความลึก
(3.2) ตรวจพบ :: ความยาวเสาเข็มจริง แม้ไม่รู้แบบเดิม
(3.3) ข้อดี :: ใช้ได้กับอาคารเก่า
(3.4) ข้อจำกัด :: ต้องเจาะดินข้างเสาเข็ม

(4) Dynamic Load Test (DLT) หรือ High Strain Test
(4.1) หลักการ :: ตอกด้วยแรงสูง วัดการตอบสนอง
(4.2) ตรวจพบ :: กำลังรับน้ำหนัก + ความสมบูรณ์
(4.3) ข้อดี :: ได้ทั้งกำลังรับน้ำหนักและสภาพเสาเข็ม
(4.4) ข้อจำกัด :: อุปกรณ์ใหญ่ ค่าใช้จ่ายสูง

(5) Static Load Test (SLT)
(5.1) หลักการ :: กดน้ำหนักจริงลงบนเสาเข็ม
(5.2) ตรวจพบ :: กำลังรับน้ำหนักจริงที่สุด
(5.3) ข้อจำกัด :: ไม่ได้บอกสภาพรอยแตกภายใน

(6) สรุปการเลือกใช้

(6.1) ต้องการรู้ว่าเสาเข็ม “แตก/คอคอด/กลวง” >>> PIT

(6.2) ต้องการรู้คุณภาพคอนกรีตทั้งต้นอย่างละเอียด >>> CSL

(6.3) อาคารเก่า ไม่มีข้อมูลความยาวเสาเข็ม >>> PST

(6.4) ต้องการรู้กำลังรับน้ำหนักด้วย >>> DLT หรือ SLT

ในงานตรวจอาคารหลังแผ่นดินไหว หรืออาคารมีรอยร้าวผิดปกติ มักเริ่มจาก PIT ก่อน เพราะเร็วและคุ้มค่า แล้วค่อยทำ PST หรือ DLT เฉพาะต้นที่พบความผิดปกติ.